วันนี้ (6 พ.ค.69) เวลา 13.30 น. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการผลิตกล้วยหอมทอง ณ วิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล พร้อมกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับกล้วยหอมทอง เป็นพืชทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ชูจุดแข็งปลูกง่าย ใช้เวลาผลิตสั้น ปรับตัวต่อสภาพอากาศได้ดี เหมาะเป็นทั้งพืชเสริมรายได้และพืชฟื้นฟูเศรษฐกิจเกษตร พร้อมเร่งพัฒนาคุณภาพทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดส่งออกที่มีความต้องการต่อเนื่อง อาทิ ญี่ปุ่น จีน และตะวันออกกลาง
.
ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย“เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรในรูปแบบ“ห่วงโซ่มูลค่า” (Value Chain) อย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การตลาดไปจนถึงการเชื่อมโยงข้อมูล โดยได้ผลักดันการนำนวัตกรรม “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยอย่างง่าย” มาใช้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถผลิตต้นพันธุ์คุณภาพได้ด้วยตนเอง ลดต้นทุน และเพิ่มความสม่ำเสมอของผลผลิต ควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) แพลตฟอร์มข้อมูล (Data Platform) และ Smart Farming เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
.
โดยวางเป้าหมายให้กล้วยหอมทอง เป็นพืชนำร่องในการยกระดับจากการส่งเสริมการผลิตไปสู่ การบริหารจัดการทั้งห่วงโซ่มูลค่า โดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-Driven) ผ่านการพัฒนาระบบข้อมูลกล้วยแห่งชาติ การยกระดับมาตรฐานการผลิต และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อย มีสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน เพื่อเชื่อมโยงการผลิตกับตลาดและโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย
.
ในด้านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตร โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้พัฒนานวัตกรรม “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยอย่างง่าย” เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงต้นพันธุ์คุณภาพของเกษตรกร
.
พร้อมทั้งลดข้อจำกัดด้านต้นทุนและเทคโนโลยี ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การเตรียมอาหารสังเคราะห์อย่างง่าย การฟอกฆ่าเชื้อ การตัดย้ายเนื้อเยื่อด้วยกล่องเอนกประสงค์ และการอนุบาลต้นกล้า ซึ่งผลการดำเนินงานพบว่าสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 70% ลดการใช้พลังงาน 30% และช่วยให้ได้ต้นพันธุ์ปลอดโรค มีความสม่ำเสมอ สามารถวางแผนการผลิตและเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออย่างง่าย โดยมีวิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร เป็นจุดเรียนรู้ให้เกษตรกรในการผลิตต้นพันธุ์กล้วยหอมทองคุณภาพ เพื่อกระจายสู่เกษตรกรในพื้นที่ โดยมีสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง เป็นพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดองค์ความรู้และกำกับมาตรฐานอุตสาหกรรมกล้วยไทยมีศักยภาพสูง โดยต้องพัฒนาทั้งระบบให้เหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อย และเชื่อมโยงการผลิตกับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถยกระดับ “กล้วยหอมทองไทย” จากพืชรายได้เสริม สู่สินค้าเกษตรคุณภาพเพื่อการส่งออก สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว
/////////////////////////////
ข่าว/อมรรัตน์ จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล
6 พ.ค.69