วันนี้ (6 พ.ค.69) 09.30 น. นางสาวปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมายังพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานด้านการเกษตรในพื้นที่ โดยเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรบ้านเขาน้อย แหล่งปลูกรับซื้อและแปรรูปขมิ้นชันที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม คือลูกประคบ และยังมีสินค้าผงขมิ้น ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดสตูล มีวางจำหน่ายในห้างโลตัส สาขาสตูล อีกทั้งสถานที่ดังกล่าวยังมีผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาศึกษาดูงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นต้น
.
ถัดจากนั้นในเวลา 10.00 น. เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) การผลิตและแปรรูปขมิ้นชัน เพื่อการเภสัชกรรม ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างเยอรมัน – ไทย เพื่อส่งเสริมระบบและการบริหารจัดการด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายนวัตกรรม ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลควนสตอ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล
สำหรับโครงการฯ นี้ เป็นความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เริ่มต้นอย่างเป็นทางการภายใต้กรอบปฏิญญาร่วมแสดงเจตจำนงระหว่างกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงเกษตร อาหาร และอัตลักษณ์ภูมิภาค แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMLEH) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกรอบความร่วมมือทวิภาคี ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมระบบและการบริหารจัดการด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายนวัตกรรม (พ.ศ. 2567 - 2569) โดยมีขมิ้นชันเป็นหนึ่ง ในพืชเป้าหมายของโครงการฯ
.
อีกทั้งเพื่อขยายผลโครงการต้นแบบ “เกษตรนวัตกรรม” ที่เปลี่ยนพืชสมุนไพรพื้นบ้านให้เป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง เพิ่มคุณภาพและมูลค่าให้เข้าสู่ตลาดเภสัชกรรม ซึ่งช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรไทยในตลาดโลกต่อไปได้
.
โดยใช้โมเดล “ปลูกขมิ้นชันในกระสอบ” ช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้แม้มีพื้นที่จำกัด มีข้อดีคือดูแลจัดการง่าย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว และสามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณสาระสำคัญทางยาในขมิ้นชันได้อีกด้วย ตลอดจนการนำปุ๋ยหมักและไบโอชาร์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ร่วมกัน ช่วยลดต้นทุนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยยึดหลักลดต้นทุนเพิ่มมูลค่า
.
ในด้านศักยภาพของขมิ้นชัน เป็นพืชทางเลือกที่มีความต้องการสูงในอุตสาหกรรมยาและสุขภาพ และเป็นพืชสมุนไพรหลักเพื่อขับเคลื่อนจังหวัดสตูล รองรับการเป็นเมืองสมุนไพรลำดับที่ 17 ของประเทศ โดยพื้นที่ปลูกขมิ้นส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ทั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในระดับสากลต่อไปได้
/////////////////////////////
ข่าว/อมรรัตน์ จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล
6 พ.ค.69